เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ เคยประดิษฐานพระแก้วมรกต
ที่ตั้งและองค์ประกอบภายในวัด
วัดเจดีย์หลวงตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมืองเชียงใหม่ ค่อนลงมาทางทิศใต้ เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาแบบเถรวาท พื้นที่ประมาณ 5.149 เฮกเตอร์ มีแนวกำแพงล้อมรอบวัดทั้ง 4 ด้าน ประตูทางเข้าหลักอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ภายในวัดมีศาสนสถานที่สำคัญ คือ เจดีย์ วิหารหลวง วิหารพระนอน ศาลหลักเมือง นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถ หอพระ หอระฆัง และกุฏิสงฆ์
การก่อสร้างเจดีย์หลวง
วัดเจดีย์หลวงมีเจดีย์องค์ที่ใหญ่ที่สุดในล้านนา ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละ 65 เมตร ตามเอกสารประวัติศาสตร์ เริ่มสร้างโดยพระเจ้าแสนเมืองมา (พ.ศ. 1928-1945) เพื่ออุทิศถวายแด่พระเจ้ากือนา (พ.ศ. 1898-1928) พระราชบิดา แต่ไม่แล้วเสร็จ จนถึงสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. 1984-2030) ทรงสร้างต่อจนแล้วเสร็จโดยขยายแบบให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มช้างประดับบนลานประทักษิณ เปลี่ยนส่วนยอดเป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอดเดียว และหุ้มทองจังโก
การบูรณะและสภาพที่ปรากฏปัจจุบัน
เจดีย์ได้รับการบูรณะในสมัยของพระเมืองแก้ว มีบันทึกว่าเจดีย์หลวงได้พังทลายเนื่องจากแผ่นดินไหวในสมัยของพระนางจิระประภา พ.ศ. 2088 ไม่สามารถซ่อมแซมกลับมาให้เหมือนเดิมได้ จึงปล่อยทิ้งไว้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเหลือแต่ส่วนฐาน และส่วนเรือนธาตุพังทลายไปครึ่งหนึ่งถึงชั้นหลังคาช่วงต้น ส่วนยอดพังทลายไปหมด กรมศิลปากรได้บูรณะเสริมความมั่นคงแข็งแรงเฉพาะในส่วนที่เหลืออยู่ระหว่าง พ.ศ. 2534-2535
รูปแบบเจดีย์และพัฒนาการ
เจดีย์หลวงเป็นเจดีย์ทรงปราสาทแบบล้านนา ที่มีวิวัฒนาการเกิดขึ้นใหม่ในช่วงสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. 1984-2030) ซึ่งถือเป็นยุคทองของศิลปกรรมล้านนา จนถึงสมัยพระเมืองแก้ว (พ.ศ. 2038-2068) ประกอบด้วยส่วนฐานที่ได้เพิ่มลานประทักษิณขึ้นมา ประดับด้วยช้างล้อมรอบซึ่งเป็นคติเรื่องช้างค้ำจุนจักรวาล ที่เป็นที่นิยมมากในสายวิวัฒนาการของเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกา ถัดขึ้นไปเป็นส่วนของเรือนธาตุอยู่ในผัง เพิ่มมุขประดับซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ ส่วนของหลังคาทำเป็นชั้นหลังคาแบบเอนลาด 2 ชั้น เพื่อรับส่วนยอดที่เป็นระเบียบของเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา ในกลุ่มที่มีฐานเป็นบัวถลาในผังแปดเหลี่ยม จึงไม่มีการประดับเจดีย์ที่มุมทั้ง 4 เหมือนศิลปะล้านนาระยะแรก (พุทธศตวรรษที่ 19) ที่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงปราสาทห้ายอด ฉะนั้นจึงมีส่วนยอดเป็นเจดีย์องค์เดียว ตามที่เอกสารประวัติศาสตร์กล่าวถึงคราวสร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราชที่ให้ทำเป็น "กระพุ่มยอดเดียว" ซึ่งรูปทรงสันนิษฐานเต็มองค์ของเจดีย์หลวงจึงน่าจะมีรูปแบบเดียวกับเจดีย์วัดเชียงมั่นที่มีขนาดเล็กกว่าและได้รับการซ่อมแซมในสมัยพระเมืองแก้ว ซึ่งอยู่ร่วมสมัยกับเจดีย์หลวง
ลวดลายและอิทธิพลศิลปะ
นอกจากนี้ลวดลายประดับตกแต่งเรือนธาตุ ได้แก่ ซุ้มลายกาบบน - กาบล่าง ที่ประดับเสาซุ้มจระนำและลวดลายที่เศียรนาค ประดับราวบันไดทางขึ้นด้านทิศเหนือ พบลวดลายที่สำคัญ คือ ลายเครือล้านนา ที่เป็นลายพรรณพฤกษา ประกอบด้วยกรอบลายที่หยักโค้งหลายหยัก ภายในประดับด้วยลายดอกไม้และใบไม้ที่มีช่อดอกก้าน และใบคดโค้ง ประกอบกันจนเต็มพื้นที่ เป็นลายแบบฉลุโปร่งเป็นรูปดอกโบตั๋น ลวดลายเหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากลวดลายบนเครื่องถ้วยจีน และที่ผนังระเบียงชั้นประทักษิณมีการเจาะช่องเป็นรูปช่องกระจก ที่น่าจะพัฒนามาจากลายเมฆของจีน และยังพบตามฐานพระพุทธรูป ที่พบจารึกที่ฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช
ความสำคัญของวัดเจดีย์หลวง
ความสำคัญของวัดเจดีย์หลวง คือ เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต เมื่อครั้งพระเจ้าติโลกราชสร้างพระเจดีย์นี้เสร็จได้โปรดให้ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตจากเมืองลำปางมาประดิษฐานในซุ้มด้านตะวันออกของเจดีย์ เจดีย์หลวงถือเป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในล้านนา และถือเป็นต้นแบบของเจดีย์ทรงปราสาทยอดเดียว และเป็นรูปแบบของเจดีย์ที่มีการสร้างอย่างแพร่หลายในอาณาจักรล้านนาและใกล้เคียง
การบูรณะและสถานะปัจจุบัน
วิหารหลวงของวัดเจดีย์หลวงในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่บนตำแหน่งของวิหารเดิม และมีการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยครูบาศรีวิชัย และใน พ.ศ. 2550 ได้มีการก่อสร้างวิหารใหม่ เป็นแบบศิลปะพื้นบ้านล้านนาประยุกต์แทน ปัจจุบันวัดเจดีย์หลวง เป็นวัดในพุทธศาสนาแบบเถรวาท ที่มีภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ 187 รูป และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมล้านนา โดยได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองโดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร และประสานการดูแลรักษาโดยคณะสงฆ์ และกรรมการวัดเจดีย์หลวง
พระเจ้าแสนเมืองมาเริ่มสร้างเจดีย์เพื่ออุทิศถวายพระเจ้ากือนา แต่ยังไม่แล้วเสร็จในรัชสมัย
ขยายแบบให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มช้างประดับลานประทักษิณ และทำยอดเป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอดเดียว
เกิดการพังทลายของเจดีย์ในสมัยพระนางจิระประภา เหลือเฉพาะส่วนฐานและเรือนธาตุบางส่วน
กรมศิลปากรบูรณะเฉพาะส่วนที่ยังหลงเหลือ เพื่อคงสภาพโบราณสถานอย่างระมัดระวัง
วัดเจดีย์หลวงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเสนอเชียงใหม่เป็นมรดกโลก