วัดศักดิ์สิทธิ์บนยอดดอยสุเทพ สัญลักษณ์แห่งเชียงใหม่
วัดพระธาตุดอยสุเทพสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้ากือนา (พ.ศ. 1898-1928) เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระสุมนเถรอัญเชิญมาจากสุโขทัยใน พ.ศ. 1915 โดยองค์หนึ่งบรรจุไว้ที่เจดีย์วัดบุปผาราม (วัดสวนดอก) ส่วนอีกองค์หนึ่งอัญเชิญขึ้นหลังช้าง และให้ช้างเดินไปตามทางและช้างได้ขึ้นมาบนดอยสุเทพ และหยุดอยู่ ณ บริเวณที่สร้างพระธาตุดอยสุเทพนี้ จึงได้มีการสร้างเจดีย์ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น
พระธาตุดอยสุเทพ น่าจะสร้างขึ้นตามคติการเป็นศูนย์กลางจักรวาลของนครเชียงใหม่ ในความหมายที่ว่าเมืองหลวงมักมีการสร้างศูนย์กลางจักรวาลประจำเมือง สำหรับพุทธศาสนามักมีการสร้างเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเป็นศูนย์กลางจักรวาล และมักเรียกว่ามหาธาตุ สำหรับในภาคเหนือจะเรียกว่า "พระธาตุ" เช่น พระธาตุหริภุญชัย พระธาตุดอยสุเทพ และพระธาตุลำปางหลวง เป็นต้น ในความหมายของศูนย์กลางจักรวาลตามคติการสร้างพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในล้านนา มักตั้งอยู่บนเนินหรือภูเขา เช่น พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุช่อแฮ พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุดอยสุเทพ และจะมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค ตั้งแต่ฐานล่างไปจนถึงองค์พระธาตุ และมีระเบียงคดล้อมรอบ "สะพานนาค" น่าจะหมายถึง สะพานรุ้งที่เชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์ เจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จึงหมายถึงเจดีย์ที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ คือ เจดีย์จุฬามณี ที่แสดงความหมายของศูนย์จักรวาลทางพุทธศาสนา
เนื่องจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นวัดที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อยู่ตลอดเวลา เช่น ในสมัยพระเมืองเกษเกล้า พ.ศ. 2081 ได้บูรณะเจดีย์พระธาตุดอยสุเทพขึ้นใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม และในสมัยพระเมกุฏิ พ.ศ. 2100 มีการหุ้มทองจังโกทั้งองค์ และ พ.ศ. 2478 ครูบาศรีวิชัยร่วมกับเจ้าเมืองเชียงใหม่ และชาวบ้าน สร้างทางขึ้นดอยสุเทพระยะทาง 12 กิโลเมตร
แผนผังวัดพระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตก โดยหันหน้ามาทางทิศตะวันออก มีบันไดนาคทางขึ้นมาจากด้านล่างสู่องค์พระธาตุที่เป็นประธานของวัด มีวิหารหลวงตั้งอยู่ด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออก และมีวิหารรองตั้งอยู่ด้านตรงข้ามกับวิหารหลวง องค์พระธาตุมีระเบียงคดล้อมรอบ มีวิหารขนาดเล็ก (วิหารทิศ) ติดกับระเบียงคดด้านทิศเหนือ-ใต้ ระหว่างฐานพระธาตุและระเบียงคดเป็นลานประทักษิณ โดยมีรั้วศัสตราล้อมรอบประทักษิณชั้นใน แต่ละด้านของรั้วศัสตรา จะเป็นปราสาทประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ด้าน ภายในวิหารหลวงประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับวิหารประจำทิศทั้ง 3 ด้าน
พระธาตุดอยสุเทพ
พระธาตุดอยสุเทพ เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาระยะหลัง เป็นงานที่สืบทอดมาจากกลุ่มเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาระยะแรก ส่วนใหญ่ส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นบัวถลา 3 ชั้น อยู่ในผังกลม ต่อมาได้มีพัฒนาการมาเป็นผังหลายเหลี่ยม และทำชั้นมากกว่า 3 ชั้น เพราะฉะนั้น การที่พระธาตุดอยสุเทพ มีส่วนนี้เป็น 6 ชั้น และอยู่ในผังสิบสองเหลี่ยม แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการเพิ่มเติม คือ ชุดฐานบัวรองรับองค์ระฆังที่มีหลายชั้น และเหลือเฉพาะฐานบัวคว่ำในลักษณะของฐานบัวถลาแบบสุโขทัย ที่สำคัญคือ ตั้งแต่เหนือชุดฐานบัวเก็จขึ้นไปจนถึงบัลลังก์อยู่ในผังสิบสองเหลี่ยมทั้งหมด ถือเป็นลักษณะพิเศษที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ จากนั้นจึงเป็นก้านฉัตร ปล้องไฉน ปลีและฉัตร ฉะนั้นรูปแบบของพระธาตุดอยสุเทพในปัจจุบันเป็นงานที่สร้างขึ้นในสมัยพระเมืองเกษเกล้า
วิหารหลวง
วิหารหลังนี้เป็นวิหารแบบล้านนาในระยะหลัง ที่ได้รับอิทธิพลรัตนโกสินทร์แล้ว ส่วนที่มีความเป็นพื้นบ้านล้านนา คือ เป็นวิหารที่มีขนาดเล็กเตี้ยมีการลดชั้นหลังคาแบบด้านหน้า 3 ชั้น ด้านหลัง 2 ชั้น ส่วนที่เป็นอิทธิพลรัตนโกสินทร์ คือ ผนังก่ออิฐฉาบปูน ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ส่วนงานประดับตกแต่งจะเป็นแบบล้านนาคือ หน้าบันเป็นงานไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับกระจกเป็นลายก้านขด ออกช่อดอกและใบ ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 3-5 วิหารหลวงหลังนี้จึงน่าจะสร้างขึ้นใหม่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25 แล้ว โดยน่าจะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ตรงตำแหน่งที่ตั้งเดิม
นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปรอบระเบียงคด เป็นพระพุทธรูปในศิลปะล้านนาพุทธศตวรรษที่ 21 หลายองค์มีจารึกที่ฐานและระบุปีศักราชที่สร้างการประดิษฐานพระพุทธรูปรอบระเบียงคด คงอิงคติในภาคกลาง หมายถึง พระอดีตพระพุทธเจ้า ที่มีจำนวนมากมายมหาศาล พระพุทธรูปส่วนใหญ่เป็นของวัดมาแต่เดิม ที่มีผู้ศรัทธาสร้าง สร้างถวาย เพื่อสืบศาสนาตั้งแต่สมัยล้านนามาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนจิตรกรรมฝาผนังรอบระเบียงคด เป็นงานเขียนร่วมสมัยกับในปัจจุบัน ปรากฏศักราชเขียนขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2499-2512 เขียนโดยช่างชาวล้านนา แต่เป็นการเขียนแบบภาพสมัยใหม่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติอย่างละเอียด
ปัจจุบันวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นวัดในพุทธศาสนาแบบเถรวาท ที่มีภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ 30 รูป และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมล้านนา โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองโดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ กรมศิลปากร และประสานการดูแลรักษาโดยคณะสงฆ์ และกรรมการวัดพระธาตุดอยสุเทพ
พระสุมนเถรอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาเชียงใหม่ แบ่งบรรจุที่วัดสวนดอกและดอยสุเทพ
สมัยพระเจ้ากือนา โปรดให้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ จุดที่ช้างหยุดบนดอยสุเทพ
สมัยพระเมืองเกษเกล้า มีการบูรณะองค์พระธาตุดอยสุเทพขึ้นใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม
ในสมัยพระเมกุฏิ มีการหุ้มทองจังโกองค์พระธาตุ เสริมความศักดิ์สิทธิ์และความงามเชิงสัญลักษณ์
ครูบาศรีวิชัยร่วมกับเจ้าเมืองเชียงใหม่และชาวบ้าน สร้างถนนขึ้นดอยระยะทาง 12 กิโลเมตร
วัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเสนอเชียงใหม่เป็นมรดกโลก